เกาะพีพี ชื่อนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก เป็นเกาะยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างรู้จักอย่างแพร่หลาย ที่แห่งนี้เริ่มมีชื่อเสียงมาจากภาพยนต์เรื่อง The Beach นำแสดงโดย Leonardo Dicaprio ที่ได้มาถ่ายทำที่ อ่าวมาหยาฉากที่ถ่ายทำที่นี่ถ่ายทอดความสวยงามของเกาะแห่งนี้ออกมาได้สวยมาก จนทำให้ผู้ชมภาพยนต์เรื่องนี้อยากมาเยือนสวรรค์แห่งนี้มากขึ้น

หากพูดถึงคำขวัญการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่แล้ว เกาะพีพี ก็เป็นดั่งคำขวัญที่ว่า “งามหาดทราย ใต้ทะเลสวยสด มรกตอันดามัน สวรรค์เกาะพีพี” รอบๆบริเวณหมู่เกาะพีพี มีเกาะเล็กเกาะน้อยอีกมากมาย ที่สวยไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น อ่าวมาหยา อ่าวปิเล๊ะ  อ่าวโล๊ะซามะ ถ้ำไวกิ้ง เกาะไผ่ เกาะยุง… ในครั้งนี้เราอาจจะรีวิวได้ไม่ครบ เพราะสภาพอากาศ คลื่น ลมทะเลนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่พาเราไปยังที่ต่างๆ หากสภาพอากาศไม่ดี และกัปตันเรือมองว่าไม่ปลอดภัย เราก็ไม่สามารถไปเยือนได้ แต่จุดยอดนิยมที่ใครๆก็ไปกัน เราจะได้เห็นในรีวิวนี้แน่นอน

เริ่มด้วยรถของบริษัททัวร์จะมารับเราจากที่พัก ในตัวเมืองกระบี่มารับประมาณ 08.00 น. หากอยู่ใกล้บริเวณอ่าวนางรถจะมาประมาณ 08.30 น. เมื่อรถมารับและไปถึงยังจุดลงเรือเราต้องไป Check-in และเขาจะติดสติ๊กเกอร์ หรือแจก wristband แบ่งกลุ่มให้เราว่าจะได้ไปกลุ่มใดเรือลำไหน เมื่อพร้อมแล้วก็ลงเรือ หาที่มั่นของเรา หัวเรือก็จะกระแทกแรงหน่อย ด้านในสบายแต่อาจจะเสียงดังเพราะเครื่องยนต์ ที่สำคัญเพื่อความปลอดภัยควรสวมใส่ชูชีพทุกครั้ง

เกาะพีพี ดำน้ำ ดูปลา
บรรยากาศที่นั่งหัวเรือ
เกาะพีพี ดำน้ำ ดูปลา
ด้านในเรือก็จะประมาณนี้ เรือบางลำก็จะมีที่นั่งตรงกลางด้วย

โดยส่วนใหญ่แล้วเมื่อออกจากฝั่งมา จุดหมายแรกที่นิยมไปคือ เกาะไผ่ ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งประมาณ 30-40 นาที โดยก่อนลงจากเรือไกด์จะแจ้งเวลาที่ต้องกลับไปยังเรือ จุดเด่นของ เกาะไผ่ คือหาดทรายขาวละเอียด ที่เกิดจากการย่อยสลายของปะการัง บางครั้งชายหาดจะเป็นสันทรายใหญ่ๆที่เกิดจากคลื่นพัดทรายขึ้นมาทับถม ส่วนน้ำทะเลก็มีสีฟ้าใส คล้ายๆอ่าวมาหยา ที่เกาะนี้จะแบ่งบริเวณจอดเรือและเล่นน้ำ ดำน้ำดูปลาอย่างชัดเจน โดยการกั้นทุ่น เพราะฉะนั้นควรทำกิจกรรมทางน้ำในบริเวณทุ่นเท่านั้น หากใครอยากจะเดินเล่นรอบๆเกาะชมธรรมชาติก็ได้ ด้านในมีซุ้มขายน้ำ และห้องน้ำ(ที่ไม่ค่อยสะอาด) บริการอยู่

เกาะพีพี ดำน้ำ ดูปลา
ชายหาดฝั่งที่เราสามารถลงไปเล่นน้ำได้
เกาะพีพี ดำน้ำ ดูปลา
ด้านในตัวเกาะมองออกไปยังด้านนอก

จุดหมายต่อไปคือ ถ้ำไวกิ้ง หรือ ถ้ำรังนก จาก เกาะไผ่ มาจุดนี้ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที โดยเรือจะจอดให้เราได้ถ่ายรูปเฉยๆ เราไม่สามารถเข้าไปได้เนื่องจากเป็นถ้ำสัมปทานรังนกนางแอ่น ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย และภาพเขียนสมัยโบราณ

ถ้ำไวกิ้ง
หน้าถ้ำไวกิ้ง

ถ่ายรูปกันเสร็จก็จะไปต่อกันที่ อ่าวปิเล๊ะ หรือ ปิ๊เล๊ะลากูน ซึ่งตั้งอยู่หลังอ่าวหมาหยา แต่ไม่สามารถเดินทะลุไปได้ เนื่องจากภูเขากั้นอยู่ ด้านในเป็นภูเขาหินปูนสูงรอบด้าน เรือจะขับวนเข้าไปให้เราได้ถ่ายรูปและชมความงามของสีน้ำทะเล โดยจะไม่ได้จอดให้ลงที่นี่

เกาะพีพี อ่าวปิเล๊ะ
ปากทางเข้าอ่าวปิเล๊ะ น้ำทะเลสีเขียวมรกต มองทะลุเห็นถึงพื้น
เกาะพีพี อ่าวปิเล๊ะ ดำน้ำ ดูปลา
มุมจากภายในอ่าวปิเล๊ะ มองออกไปด้านนอก

และต่อจากที่นี่ เราก็จะไปยัง Highlight ของทริปนี้กัน ซึ่งก็คือ อ่าวมาหยา ซึ่งใช้เวลาประมาณ 10 นาที จาก อ่าวปิเล๊ะ อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นที่นี่เคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ จึงทำให้ที่นี่คือ Dream destination สำหรับนักท่องเที่ยว เมื่อเรือเคลื่อนตัวเข้ามายังปากทางเข้าอ่าวมาหยา ภาพที่เราเห็นคือสวรรค์ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม นักท่องเที่ยวที่อยู่บนชายหาดเรียกได้ว่าเยอะมาก

อ่าวมาหยา เป็นชายหาดที่มีทรายขาวละเอียดและนุ่มมาก น้ำทะเลใสกิ๊ง ที่นี่แบ่งโซนสำหรับจอดเรือและโซนสำหรับกิจกรรมทางน้ำด้วยทุ่นอย่างชัดเจน ที่สำคัญคือนักท่องเที่ยวจะต้องทำกิจกรรมทางน้ำในทุ่นเท่านั้นเพราะโซนจอดเรือนั้นแน่นเสียจริง เรียกได้ว่ากว่าจะจอดเรือได้นี่ต้องแหวกเรือออกจากกันเพื่อเข้าแทรกกันเลยทีเดียว

เกาะพีพี อ่าวปิเล๊ะ ดำน้ำ ดูปลา
มุมจากทางเข้าอ่าวมาหยา จะเห็นได้ว่าเรือแน่น
เกาะพีพี อ่าวปิเล๊ะ ดำน้ำ ดูปลา
จากจุดจอดเรือมองไปยังบนชายหาด หากมาถึงเร็วเราก็จะเห็นนักท่องเที่ยวน้อยอย่างในรูป
หาดทราย อ่าวมาหยา
โซนสำหรับให้นักท่องเที่ยวทำกิจกรรมทางน้ำ มองออกไปยังปากอ่าว

เมื่อได้เวลาก็กลับมาขึ้นเรือเพื่อไปยังที่ต่อไป ก่อนเรือออกไกด์ก็จะแจกของว่าง น้ำเปล่าและผลไม้ ให้รองท้องกัน ต่อจากที่นี่ก็ไปดำน้ำดูปลา ปะการัง กันที่อ่าวลิง ในแต่ละครั้งอาจได้ไปคนละที่กันขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละวัน

เกาะพีพี ดำน้ำ ดูปลา
พอเรือจอดปุ๊ปหันออกไปมองนอกเรือก็เจอกับน้ำทะเลใสๆ มองเห็นหินและปะการังบนพื้นได้ชัดเจน
เกาะพีพี ดำน้ำ ดูปลา
สวม Snorkel mask กระโดดน้ำลงไปก็เจอแบบนี้เลย
เกาะพีพี ดำน้ำ ดูปลา
บางวันสภาพอากาศไม่ดี จะมีอยู่ไม่กี่ที่ที่สามารถดำน้ำดูปลาได้ คนมันก็จะเยอะหน่อยๆ เพื่อความปลอดภัยควรสวมชูชีพทุกครั้ง !!

ครบเวลากำหนดก็ขึ้นเรือเพื่อไปทานข้าวกันที่เกาะพีพีดอน ที่เป็นเกาะหลักที่มีท่าเรืออยู่ เกาะที่เต็มไปด้วยร้านค้า โรงแรม ร้านอาหาร บาร์ ผับ ต่างๆ โดยเราจะมาทานบุฟเฟ่ต์กัน ไลน์อาหารส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารที่สามารถทานได้ทุกเพศทุกวัย เช่น ต้มยำ สปาเก็ตตี้ ข้าวผัด ผัดเปรี้ยวหวาน ผัดหมี่ ผลไม้ ชา กาแฟ ฯลฯ เมื่อทานอาหารเสร็จก็เดินเล่นรอบๆเกาะได้ โดยสามารถเดินทะลุไปยังอีกฝั่งได้ อีกฝั่งจะเป็นชายหาดน้ำตื้น เรือใหญ่ไม่สามารถมาจอดได้ เพราะฉะนั้นเรือแทบทุกลำจะมาจอดฝั่งที่มีท่าเรืออยู่  หลังจากที่เราเดินเล่นกันจนครบเวลาที่ไกด์ให้มา ก็จะกลับไปขึ้นเรือเพื่อกลับเข้าฝั่งกัน เมื่อกลับถึงชายฝั่ง ทัวร์ก็จะมีรถไปส่งที่พัก

เกาะพีพี ดำน้ำ ดูปลา
บรรยากาศเกาะพีพีดอน ฝั่งที่เรือมาจอด
เกาะพีพี ดำน้ำ ดูปลา
นั่งหลบแดดยามบ่ายใต้ต้นไม้

เกาะพีพีเป็นดั่งสวรรค์ที่นักท่องเที่ยวต่างตามหา ความงามของธรรมชาติที่แห่งนี้ไม่มีที่ไหนเหมือน หากได้มาเยือน เราต้องช่วยกันรักษาธรรมชาติที่งดงามแห่งนี้ให้อยู่กับเราไปนานๆ

ลากันด้วยภาพก่อนที่พายุกำลังจะมา ครั้งหน้าจะไปที่ไหนรอติดตามครับ

หมายเหตุ

โปรแกรมทัวร์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน
รูปในรีวิวนี้ถ่ายจากการไปหลายครั้ง

 Locals Tricks

  • ราคาแบบไปกับทัวร์ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 1,000-1,500 บาท อย่าลืมสอบถามทุกครั้งว่าแต่ละราคาหรือแต่ละทัวร์มีอะไรให้กับเราบ้าง เช่น รวมค่าอุทยานหรือไม่ รวมรถรับส่งจากที่พักมายังท่าเรือหรือไม่ มีอาหารเที่ยงแบบบุฟเฟ่ต์หรือโต๊ะจีน มีน้ำดื่ม ผลไม้ Snorkel mask ให้หรือไม่
  • การไปเที่ยวกับเรือแบบเช่าเหมาลำจะแพงมากกกก 1x,xxx บาทแต่ก็มีข้อดีคือแต่ละที่จะอยู่นานแค่ไหน อยากไปไหนก่อนก็ได้
  • การไปกับทัวร์คนบนเรือค่อนข้างเยอะ ต้องไปตามแพลนที่ทัวร์จัดไว้ แต่ละที่ก็จะมีเวลาจำกัด แต่มันประหยัดงบเอาได้มากเลยทีเดียว
  • สอบถามข้อมูลหรือจอง trip ได้จากที่พักเลย หากที่พักนั้นขายทัวร์ด้วย
  • ออกไปเดินเล่นหรือทานข้าวนอกที่พักลองมองหา information counter หรือร้านขายทัวร์ แล้วนำราคามาเปรียเทียบกัน
  • อุปกรณ์ท่องทะเลที่ควรมี เช่น กระเป๋ากันน้ำ แว่นกันแดด หมวก(ระวังปลิวตอนนั่งเรือ) ผ้าเช็ดตัว ครีมกันแดด  ยาแก้เมาเรือสำหรับคนที่เมาเรือง่าย เป็นต้น
  • ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวทะเล คือ เดือนพฤศจิกายน – กลางเดือนพฤษภาคม หากไปช่วงอื่นอาจมีฝนและคลื่นลมทะเลแรง

Green travel tips

  • ไม่ควรให้อาหารปลาไม่ว่าจะเป็นผลไม้ ขนมปัง หรืออาหารใดๆก็ตาม เพราะจะส่งผลพฤติกรรมในการหาอาหารของสัตว์น้ำ รวมไปถึงการเน่าเสียของน้ำทะเล
  • พกอะไรไป เก็บกลับมาทิ้งด้วยทุกครั้ง รวมไปถึงหากเจอขยะบนเกาะก็นำกลับมาทิ้งบนฝั่ง จะได้ช่วยกันให้สถานที่ท่องเที่ยวสะอาดและน่าเที่ยวมากยิ่งขึ้น
  • ไม่แตะต้องปะการังหรือโขดหิน รวมไปถึงเหยียบหรือยืน เพื่อป้องกันการเสียหาย และการเจริญเติบโตของปะการัง
  • หากอยากกระโดดน้ำควรกระโดดในที่น้ำลึกเท่านั้น เพื่อป้องกันปะการังเสียหาย โดยสามารถสอบถามได้จากไกด์หรือคนเรือ

แผนที่

เกาะพีพีอยู่ไหนหว่าเผื่อมีคนไม่รู้ มีครั้งหนึ่งผมขึ้นเขาถ้ำเสือ (อีกหนึ่งสถานที่ ที่ต้องไปเมื่อมาเที่ยวจังหวัดกระบี่ รีวิวขึ้นเขาชมวิวถ้ำเสือเพิ่มเติมคลิก) มองออกไปชมวิว เห็นเกาะใหญ่ๆ ตอนนั้นผมกับเพื่อนคนกระบี่ก็งง เกาะอะไรหว่า ผมเปิดแผนที่ดู ถึงกับตกใจว่ามันคือเกาะพีพี วัดระยะในแผนที่ จากเขาถ้ำเสือไปเกาะพีพีห่าง 45 กิโลเมตร แทบไม่อยากเชื่อสายตาเพราะมันไม่เห็นได้ง่ายๆจริงๆ
แผนที่เกาะพีพี

Google Maps